← กลับหน้ารวมบทความ

ตั้งงบยิงแอดเท่าไหร่ถึงจะพอ? คำนวณย้อนจากเป้ายอดขายด้วย Reverse Funnel Planning

ภาพประกอบการคำนวณย้อนจากเป้ายอดขายขึ้นมาเป็นงบโฆษณา

สรุปสั้น ๆ

  • ตั้งงบจากเป้ายอดขาย ไม่ใช่จากเงินที่พอมี แล้วไล่ย้อนกรวย เห็น ทัก นัด ปิด
  • เส้นเตือนที่ผมใช้คือค่าโฆษณาไม่ควรเกิน 20% ของยอดขายที่มันสร้าง
  • งบ 20,000 ก็เริ่มได้ ขอแค่รู้ล่วงหน้าว่าตัวเลขเท่าไหร่คือผ่าน เท่าไหร่คือต้องหยุด
  • อาหารเสริมต้องหักต้นทุนสินค้าและค่าส่งก่อน ถึงจะรู้ว่าเหลือให้โฆษณาเท่าไหร่

คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามผมบ่อยที่สุดคือ “เดือนหน้าควรยิงแอดเท่าไหร่ดี” ซึ่งตอบยากจริง ๆ ถ้าไม่มีตัวตั้ง

ธุรกิจที่ยิงแอดเองส่วนใหญ่เริ่มจากตัวเลขที่พอจ่ายไหว แล้วค่อยดูผล วิธีนี้ไม่ผิด แต่พอครบเดือนมักตอบไม่ได้ว่าผลที่ได้ดีหรือยัง เพราะไม่ได้ตั้งเส้นวัดไว้ก่อนกดยิง บทความนี้จะพาไล่ย้อนกรวยจากเป้ายอดขายผ่าน 3 ธุรกิจที่ขายออนไลน์ครับ

ทำไมผมถึงเขียนเรื่องนี้

เพราะเวลาไม่มีเส้นวัดร่วมกัน ทีมจะเถียงกันเรื่องผลลัพธ์ทุกเดือน และคนตัดสินใจก็ไม่กล้าเพิ่มงบ ทั้งที่บางทีตัวเลขบอกว่าควรเพิ่ม

อ่านจบแล้วคุณจะมีตารางคำนวณของตัวเอง ที่บอกได้ว่าเดือนหน้าควรใช้งบเท่าไหร่ และถ้าไม่ถึงเป้าควรแก้ตรงไหนก่อน

คำนวณงบโฆษณาย้อนกลับจากเป้ายอดขาย ทำยังไง

มองการขายเป็นกรวย 4 ขั้น เห็นโฆษณา ทัก นัด ปิดการขาย ทั้งสามธุรกิจใช้กรวยเดียวกัน ต่างกันแค่ตัวเลขในแต่ละขั้น เวลาใช้จริงให้กรอกจากล่างขึ้นบน ตั้งเป้ายอดขายก่อนแล้วหารขึ้นไปทีละขั้น

ขั้นในกรวย ได้ตัวเลขมาจาก
เห็นโฆษณา จำนวนคนทัก หารด้วย อัตราที่คนเห็นแล้วทัก
ทัก จำนวนนัด หารด้วย อัตราที่ทักแล้วมานัด
นัด จำนวนดีล หารด้วย อัตราปิดจากการนัด
ปิดการขาย เป้ายอดขาย หารด้วย ยอดเฉลี่ยต่อดีล
งบโฆษณา จำนวนคนเห็น หารพัน คูณด้วย ราคาต่อพันการมองเห็น

เสร็จแล้วเช็กกลับสองตัวคือต้นทุนต่อดีล และสัดส่วนค่าโฆษณาต่อยอดขาย สองตัวนี้บอกได้ว่าแผนกำไรหรือขาดทุนตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ภาพประกอบการคำนวณงบโฆษณาย้อนกลับจากเป้ายอดขายทีละบรรทัด
กรอกจากบรรทัดล่างขึ้นบน แล้วค่อยแปลงเป็นงบ

ตัวเลขในตัวอย่างทั้งหมดข้างล่างเป็นตัวเลขสมมตินะครับ ใส่ไว้ให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของอุตสาหกรรม

ตัวอย่างงบโฆษณาคลินิกความงาม ต้องใช้เท่าไหร่

คลินิกความงามขายผ่านแชทเกือบทั้งหมด คนทักมาถามราคา นัดเข้ามาปรึกษา แล้วค่อยซื้อคอร์ส สิ่งที่คุณซื้อจากโฆษณาจึงเป็นแชท ไม่ใช่ยอดขาย

สมมติตั้งเป้าเดือนละ 1,500,000 บาท คอร์สเฉลี่ย 15,000 บาท กรวยจะออกมาแบบนี้

ขั้นในกรวย จำนวน อัตราที่ใช้
เห็นโฆษณา 667,000 ครั้ง ราคาต่อพันการมองเห็น 250 บาท
ทัก 667 แชท 0.1% ของคนที่เห็น
นัดเข้าคลินิก 200 ราย 30% ของคนที่ทัก
ปิดคอร์ส 100 คอร์ส 50% ของคนที่มา
งบโฆษณา 167,000 บาท ต้นทุนต่อแชท 250 บาท

ต้นทุนต่อคอร์สคือ 1,670 บาท และค่าโฆษณาคิดเป็น 11% ของยอดขาย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไปต่อได้

จุดที่ควรระวังคืออัตรา 30% กับ 50% มาจากทีมแอดมินและทีมหน้าร้าน ไม่ได้มาจากโฆษณา ถ้าแอดมินตอบช้าช่วงเย็น ตัวเลขจะตกโดยที่โฆษณาไม่ได้แย่ลงเลย

อีกเรื่องคือครีเอทีฟ Meta ห้ามภาพเปรียบเทียบก่อนหลังในกลุ่มลดริ้วรอย โบทอกซ์ ฟิลเลอร์ ส่วน TikTok ห้ามหัตถการรุกล้ำในหลายตลาด วางแผนภาพไว้แต่ต้นประหยัดกว่าโดนปฏิเสธแล้วมาแก้

ตัวอย่างงบโฆษณาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องใช้เท่าไหร่

ธุรกิจนี้ต่างจากคลินิกสองเรื่อง รายได้เข้าเป็นรายเดือนต่อเนื่อง และคนตัดสินใจคือลูกหลานวัยทำงาน รอบตัดสินใจจึงยาวเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน

เป้าจึงควรตั้งเป็นจำนวนเตียงที่ต้องเติม ไม่ใช่ยอดขาย สมมติต้องเติม 6 เตียง เตียงละ 35,000 บาทต่อเดือน

ขั้นในกรวย จำนวน อัตราที่ใช้
เห็นโฆษณา 120,000 ครั้ง ราคาต่อพันการมองเห็น 450 บาท
สอบถาม 60 ราย 0.05% ของคนที่เห็น
มาเยี่ยมชม 15 ราย 25% ของผู้สอบถาม
เซ็นสัญญา 6 เตียง 40% ของคนที่มาเยี่ยมชม
งบโฆษณา 54,000 บาท ต้นทุนต่อผู้สอบถาม 900 บาท

ต้นทุนต่อเตียงคือ 9,000 บาท และค่าโฆษณาคิดเป็น 26% ของรายได้เดือนแรก ซึ่งเกินเส้น 20% ที่ผมจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป

แต่ยังรับได้ เพราะเดือนที่สองเป็นต้นไปเตียงเดิมยังสร้างรายได้โดยแทบไม่มีต้นทุนโฆษณาเพิ่ม ธุรกิจที่รายได้ต่อเนื่องแบบนี้ควรดูระยะคืนทุนแทนสัดส่วนรายเดือน

กับดักที่เจอบ่อยคือเอามูลค่าตลอดสัญญาทั้งก้อนมาหาร แล้วได้ตัวเลขสวยเป็นสิบเท่า แต่เงินก้อนนั้นยังไม่เข้าวันนี้ ตั้งงบจากรายได้เดือนแรกไว้ก่อนปลอดภัยกว่า

ตัวอย่างงบโฆษณาอาหารเสริมออนไลน์ คิดกำไรยังไงให้ครบ

อาหารเสริมมียอดต่อบิลเล็กที่สุด และมีต้นทุนแฝงหลายตัว ถ้าคิดแค่ยอดขายลบค่าโฆษณาจะเห็นภาพผิด เริ่มจากหากำไรขั้นต้นต่อออเดอร์ก่อน สมมติขายขวดละ 1,200 บาท

รายการ บาทต่อออเดอร์
ราคาขาย 1,200
ต้นทุนสินค้า 420
ค่าแพ็คและค่าจัดส่ง 60
ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 36
กำไรขั้นต้น 684 บาท คิดเป็น 57%

ตัวเลข 684 บาทนี้คือเพดานจริงของค่าโฆษณาต่อออเดอร์ ไม่ใช่ 1,200 บาท ทีนี้มาไล่กรวยจากเป้ายอดขาย 800,000 บาท

ขั้นในกรวย จำนวน อัตราที่ใช้
เห็นโฆษณา 1,780,000 ครั้ง ราคาต่อพันการมองเห็น 67 บาท
ทัก 2,667 แชท 0.15% ของคนที่เห็น
ปิดการขาย 667 ออเดอร์ 25% ของคนที่ทัก
งบโฆษณา 119,000 บาท ต้นทุนต่อแชท 45 บาท

ต้นทุนต่อออเดอร์คือ 179 บาท หักจากกำไรขั้นต้น 684 บาท เหลือกำไรจริง 505 บาทต่อออเดอร์ และค่าโฆษณาคิดเป็น 15% ของยอดขาย

ตัวแปรที่คนมักลืมคือการซื้อซ้ำ ถ้าลูกค้าซื้อเฉลี่ยสองครั้งขึ้นไป ต้นทุนจริงต่อลูกค้าจะต่ำกว่า 179 บาทมาก ซึ่งเปลี่ยนคำตอบเรื่องงบไปคนละเรื่อง

งบโฆษณาควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย และเริ่มที่ 20,000 ได้ไหม

ก่อนไปเรื่องแพลตฟอร์ม ขอปักเส้นวัดไว้หนึ่งเส้น เพราะใช้ตัดสินใจได้เร็วที่สุดว่าจะไปต่อหรือหยุด

เส้นที่ผมใช้คือ ค่าโฆษณาไม่ควรเกิน 20% ของยอดขายที่มันสร้าง ไม่ใช่กฎสากล แต่ใช้เป็นสัญญาณได้ดี ถ้าเกินให้กลับไปดูกลุ่มเป้าหมายและครีเอทีฟก่อนคิดเรื่องเพิ่มงบ ส่วนธุรกิจที่รายได้ต่อเนื่องให้ดูระยะคืนทุนแทน

ส่วนงบน้อย เริ่มที่ 20,000 บาทได้ครับ แค่ต้องเขียนไว้ก่อนกดยิงว่าเท่าไหร่คือผ่าน ลองย่อส่วนตัวเลขคลินิกชุดเดิมดู

ขั้นในกรวย ที่ควรได้จากงบ 20,000
ทัก 80 แชท
นัดเข้าคลินิก 24 ราย
ปิดคอร์ส 12 คอร์ส
ยอดขายที่ควรได้ 180,000 บาท คิดเป็นค่าโฆษณา 11%

พอครบเดือนจะตอบตัวเองได้ ถ้าได้ 12 คอร์สคือตามแผน แต่ถ้าได้ 5 คอร์ส ค่าโฆษณาจะพุ่งเป็น 27% ของยอดขาย นั่นคือสัญญาณให้หยุดแล้วแก้ ไม่ใช่เติมเงินเพิ่ม

ส่วนเมื่อไหร่ควรเพิ่มงบ ผมดูสามข้อพร้อมกัน ตัวเลขนิ่งติดกันสองเดือน ค่าโฆษณาต่อยอดขายต่ำกว่าเส้นที่ตั้งไว้ และทีมขายรับงานเพิ่มไหว ครบสามข้อค่อยขยับทีละ 20 ถึง 30% ไม่ใช่เท่าตัว เพราะระบบต้องใช้เวลาปรับตัวใหม่ทุกครั้งที่งบเปลี่ยนแรง ๆ

Facebook Google TikTok LINE Ads ควรเลือกแพลตฟอร์มไหน

พอรู้งบแล้ว คำถามถัดมาคือเอาไปลงที่ไหน ตอบได้จากคำถามเดียวคือคนซื้อของคุณกำลังหาอยู่แล้ว หรือยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้

แพลตฟอร์ม บทบาทหลัก เหมาะกับ ข้อควรระวัง
Google Search ดักคนที่กำลังค้นหา บริการที่คนรู้ว่าตัวเองต้องการ เช่น บ้านพักผู้สูงอายุย่านนั้น ปริมาณจำกัดตามคนค้นจริง และบางหมวดสุขภาพต้องผ่านการรับรอง
Meta สร้างความต้องการ และเก็บแชท ทุกธุรกิจที่ปิดการขายผ่านแชท นโยบายหมวดสุขภาพและความงามเข้ม ห้ามภาพก่อนหลังบางกลุ่ม
TikTok สร้างการรับรู้ด้วยวิดีโอสั้น อาหารเสริมและความงามที่เล่าเรื่องได้ ห้ามคำกล่าวอ้างเชิงรักษาโรค และห้ามหัตถการรุกล้ำในหลายตลาด
LINE Ads เข้าถึงกว้าง และเก็บเป็นเพื่อนไว้ตามต่อ กลุ่มอายุมาก และธุรกิจที่รอบตัดสินใจยาว เครื่องมือวัดผลและคลังครีเอทีฟยังน้อยกว่าสองเจ้าแรก

ที่ผมชอบใน LINE Ads คือวัตถุประสงค์แบบเก็บเพื่อน เพราะพอเป็นเพื่อนแล้วส่งข้อความหาได้อีกโดยไม่ต้องจ่ายค่าสื่อซ้ำ ธุรกิจที่รอบตัดสินใจยาวได้ประโยชน์มาก

แบ่งงบโฆษณาออนไลน์ยังไงดี

ถ้ายังไม่มีข้อมูลของตัวเอง ให้เริ่มจากสัดส่วนที่สอดคล้องกับพฤติกรรมคนซื้อก่อน แล้วค่อยย้ายงบตามตัวเลขจริงเมื่อผ่านไป 4 ถึง 6 สัปดาห์

ธุรกิจ Meta Google TikTok LINE
คลินิกความงาม 50% 25% 20% 5%
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 40% 45% 0% 15%
อาหารเสริม 45% 10% 35% 10%

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุได้ Google เยอะเพราะลูกหลานค้นหาด้วยความตั้งใจอยู่แล้ว ส่วนอาหารเสริมได้ TikTok เยอะเพราะคนไม่ได้ตั้งใจค้น แต่เห็นแล้วอยากลอง

กฎที่ผมใช้คุมคือ 70 20 10 ครับ 70% ใส่สิ่งที่พิสูจน์แล้ว 20% ขยายสิ่งที่เริ่มมีแวว 10% ไว้ทดลอง และอย่าซอยงบจนแต่ละที่ได้น้อยเกินไป Google แนะนำให้ประเมินจากช่วงที่มี conversion อย่างน้อย 30 ครั้ง งบต่ำกว่า 50,000 ต่อเดือนควรเริ่มที่เดียวก่อน

ภาพประกอบการแบ่งสัดส่วนงบโฆษณาไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ
เริ่มจากสัดส่วนที่ตรงกับพฤติกรรมคนซื้อ แล้วค่อยย้ายตามตัวเลขจริง

วัดผลโฆษณาข้ามแพลตฟอร์มยังไงไม่ให้ตัวเลขซ้ำซ้อน

พอยิงหลายที่พร้อมกัน ปัญหาที่ตามมาคือเอายอดที่แต่ละเจ้าเคลมมาบวกกันแล้วได้มากกว่ายอดขายจริง สาเหตุไม่ใช่ใครโกง แต่แต่ละเจ้าให้เครดิตด้วยโมเดลและหน้าต่างเวลาของตัวเอง ลูกค้าคนเดียวที่เห็นโฆษณาบน TikTok แล้วไปค้น Google ต่อ จึงถูกนับสองรอบ ผมแก้ด้วยสามข้อนี้

1. ยึดยอดขายจริงในระบบหลังบ้าน เอางบทุกแพลตฟอร์มรวมกันหารด้วยดีลจริง ได้เป็นต้นทุนต่อดีลแบบรวม ตัวเลขนี้โกหกไม่ได้

2. ติด UTM ทุกลิงก์แล้วใช้ GA4 เป็นตัวเทียบ เพราะ GA4 มองข้ามช่องทางได้ในที่เดียว ต่างจากแดชบอร์ดแต่ละเจ้าที่เห็นแค่บ้านตัวเอง

3. ใช้แดชบอร์ดแพลตฟอร์มเพื่อปรับ ไม่ใช่เพื่อรายงาน ดีมากสำหรับเทียบชิ้นงาน A กับ B ในบ้านเดียวกัน แต่ไม่เหมาะเอาไปรวมข้ามบ้าน

สรุป ตั้งงบเท่าไหร่ถึงเรียกว่าพอ

ไม่มีสูตรตายตัวครับ งบที่ใช่ขึ้นอยู่กับยอดต่อบิล อัตราปิดการขาย และกำไรขั้นต้นของธุรกิจคุณ บริษัทที่สายป่านยาวจะทดลองด้วยงบก้อนใหญ่ได้เลย ส่วนบริษัทที่งบจำกัดไม่ได้เสียเปรียบ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าตัวเลขแบบไหนคือแพงเกินไป

สัญญาณ ตัวเลขที่เห็น ควรทำอะไร
ไปต่อได้ ค่าโฆษณาต่ำกว่า 20% ของยอดขาย และต้นทุนต่อดีลต่ำกว่ากำไรขั้นต้น รักษาของเดิม แล้วขยับงบขึ้นทีละ 20 ถึง 30%
เริ่มน่าห่วง ค่าโฆษณาแตะ 20 ถึง 30% ของยอดขาย ปรับกลุ่มเป้าหมายและเปลี่ยนครีเอทีฟก่อน อย่าเพิ่งเติมงบ
ยิงไปก็ขาดทุน ต้นทุนต่อดีลสูงกว่ากำไรขั้นต้นต่อดีล หยุดชุดที่แย่ แล้วกลับไปแก้อัตราปิดการขายหรือราคาต่อบิล

ถ้าอ่านจบแล้วยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขของธุรกิจคุณอยู่ตรงไหนของตารางนี้ ทีมเรายินดีช่วยดูให้ครับ ทักมาคุยกันได้

เรื่องที่ยังไม่ได้พูดถึงในบทความนี้

สี่เรื่องนี้ผมตัดไปเขียนแยก จะทยอยลงในบล็อกนี้ครับ

  • นโยบายโฆษณาธุรกิจสุขภาพและความงาม แต่ละเจ้าห้ามอะไร เขียนแบบไหนถึงผ่าน
  • มูลค่าลูกค้าระยะยาวและการซื้อซ้ำ ตัวที่เปลี่ยนคำตอบเรื่องงบมากสุด
  • ตั้ง GA4 ให้วัดถึงยอดขายจริง ไม่ใช่แค่จำนวนคนกดปุ่ม
  • อ่านรายงานโฆษณาให้เป็น คอลัมน์ไหนควรดู คอลัมน์ไหนหลอกตา

คำถามที่เจอบ่อย

ยังไม่เคยเก็บอัตราปิดการขายเลย เริ่มยังไง

ประมาณแบบระมัดระวังไว้ก่อนครับ เช่นใส่ต่ำกว่าที่คิดสัก 20% แล้วเก็บข้อมูลจริงคู่กันไปหนึ่งเดือน พอครบเดือนค่อยเอาตัวเลขจริงมาแทน สิ่งที่ห้ามทำคือใส่ตัวเลขที่อยากให้เป็น

งบ 20,000 บาทต่อเดือน ยิงกี่แพลตฟอร์มดี

ที่เดียวครับ ถ้ามากกว่านั้นแต่ละที่จะได้ข้อมูลน้อยเกินกว่าที่ระบบจะเรียนรู้ได้ เลือกที่ที่ลูกค้าคุณอยู่มากที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มตอนงบโตขึ้น

ค่าโฆษณาเกิน 20% ของยอดขายแล้วต้องหยุดเลยไหม

ไม่ถึงกับต้องหยุดครับ ให้ดูก่อนว่าต้นทุนต่อดีลยังต่ำกว่ากำไรขั้นต้นอยู่หรือเปล่า ถ้ายังต่ำกว่าก็ยังมีกำไร แต่ควรรีบปรับกลุ่มเป้าหมายและครีเอทีฟ ส่วนถ้าสูงกว่าแล้วคือขาดทุนทุกออเดอร์ ให้หยุดชุดนั้นก่อน

ถ้าคำนวณแล้วงบเกินกำลังจะทำยังไง

แก้ที่อัตราส่วนก่อนแก้ที่งบครับ ในตัวอย่างคลินิก ถ้าดันอัตราปิดจากการนัดจาก 50% เป็น 60% งบจะลดจาก 167,000 เหลือราว 139,000 โดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่มเลย

แหล่งอ้างอิง

  1. About Target CPA bidding — คำแนะนำให้ตั้งเป้าจากค่าเฉลี่ย 30 วัน และเกณฑ์ 30 conversionGoogle Ads Help
  2. About attribution models — โมเดลให้เครดิต และเหตุผลที่ตัวเลขข้ามแพลตฟอร์มไม่ควรเอามาบวกกันGoogle Ads Help
  3. Health and Wellness advertising standards — ข้อห้ามภาพก่อนหลังของกลุ่มลดริ้วรอย โบทอกซ์ และฟิลเลอร์Meta Transparency Center
  4. Healthcare and medicines policy — หมวดที่ต้องผ่านการรับรองก่อนโฆษณาGoogle Advertising Policies
  5. Healthcare and Pharmaceuticals policy — ข้อห้ามคำกล่าวอ้างเชิงรักษา และหัตถการรุกล้ำTikTok Advertising Policies

ลองทำเลย เปิดสเปรดชีตแล้วใส่กรวย 4 ขั้นด้วยตัวเลขจริงของคุณ ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที

ถ้าขั้นไหนใส่ไม่ได้เพราะไม่เคยเก็บ นั่นแหละคือสิ่งแรกที่ควรทำก่อนเพิ่มงบ ไม่ใช่การหาแพลตฟอร์มใหม่

และถ้าอยากลองทำเครื่องมือคำนวณงบของตัวเองไว้ใช้ ทุกวันนี้ทำได้ด้วย AI โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น ผมเขียนเรื่องนี้ไว้ใน บทความ Vibe Coding คืออะไร ครับ

ส่วนใครที่อ่านแล้วยังงงกับคำย่อในรายงานโฆษณา ผมรวมไว้ให้ครบใน บทความคำศัพท์ทางการตลาด 20 คำ แล้วครับ

อีกเรื่องที่ทำให้เสียงบโดยไม่รู้ตัวคือรูปที่ส่งไปยิงแอดขนาดไม่ตรงกับตำแหน่งที่แสดง ผมรวมขนาดไว้ให้ครบใน บทความขนาดรูป Facebook แล้วครับ

แชร์บทความนี้FacebookLINE
บอม ธิติสรณ์ วรสาร

บอม ธิติสรณ์ วรสาร

Performance Marketer · Co-founder, Wellness Wise