สรุปสั้น ๆ
- คนไม่ได้ค้นแค่ใน Google แล้ว ChatGPT, Gemini และ AI Overviews กลายเป็นหน้าแรกใหม่
- เอเจนซี่ที่ยังทำแค่ Keyword กับ Backlink จะเริ่มไม่พอสำหรับปีนี้
- ใช้เช็กลิสต์ 8 ข้อไปถามก่อนเซ็นสัญญา โดยเฉพาะเรื่อง E-E-A-T และการวัดผล
- รวมไว้ 10 เจ้า พร้อมตารางเทียบว่าเจ้าไหนเหมาะกับธุรกิจแบบไหน
สองปีก่อน คำว่าทำ SEO แปลว่าทำให้เว็บติดหน้าแรกของ Google ตอนนี้ความหมายกว้างกว่านั้นเยอะ เพราะลูกค้าจำนวนไม่น้อยพิมพ์ถาม ChatGPT หรือ Gemini ก่อนจะเปิด Google ด้วยซ้ำ
เวลาถามแบบนั้น AI จะสรุปคำตอบมาให้เลย แล้วอ้างอิงแค่ไม่กี่เว็บ ถ้าแบรนด์คุณไม่ได้อยู่ในนั้น ลูกค้าก็ไม่เห็นคุณ ต่อให้เว็บคุณติดอันดับ 3 ของ Google อยู่ก็ตาม
บทความนี้รวมเอเจนซี่รับทำ SEO ในไทยไว้ 10 เจ้า พร้อมเช็กลิสต์ที่ควรถามก่อนตัดสินใจ และตารางเทียบว่าเจ้าไหนเหมาะกับธุรกิจแบบไหนครับ
ทำไมผมถึงเขียนเรื่องนี้
เพราะเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เลือกเอเจนซี่จากราคากับคำว่าติดหน้าแรกอย่างเดียว พอทำไปครึ่งปีถึงรู้ว่าอันดับขึ้นจริง แต่เป็นคำที่ไม่มีใครค้น และไม่ได้ช่วยให้ยอดขายขยับ
อ่านจบแล้วคุณจะมีคำถาม 8 ข้อไว้ถามเอเจนซี่ และรู้ว่าคำตอบแบบไหนควรระวัง
สารบัญ
SEO, AEO และ GEO ต่างกันยังไง
สามคำนี้ถูกใช้ปนกันจนสับสน ทั้งที่จริงแล้วเป็นชั้นที่ต่อยอดกัน ไม่ใช่ทางเลือกที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
| คำ | เป้าหมาย | วัดที่ไหน |
|---|---|---|
| SEO | ติดอันดับในหน้าผลค้นหาของ Google | Search Console |
| AEO | ถูกหยิบขึ้นกล่องคำตอบ เช่น Featured Snippet และ AI Overviews | Search Console ดูที่ Impression กับ CTR |
| GEO | ถูก AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini อ้างอิงในคำตอบ | ช่อง AI Assistant ใน GA4 |
ถ้าอยากอ่านเรื่อง GEO แบบละเอียด ผมเขียนแยกไว้ที่ GEO คืออะไร ต่างจาก SEO ตรงไหน ส่วนตรงนี้ขอสรุปจุดสำคัญให้ก่อน
สิ่งที่ต้องรู้คือ Google เขียนไว้ตรง ๆ ในเอกสารของตัวเองว่า ไม่มีข้อกำหนดพิเศษสำหรับการขึ้น AI Overviews และไม่ต้องทำ Schema แบบใหม่ หน้าเว็บแค่ต้องถูก Index และแสดง Snippet ได้ตามปกติ
แปลว่าเอเจนซี่ที่บอกว่าต้องเติมไฟล์พิเศษหรือซื้อเครื่องมือเฉพาะทางถึงจะติด AI Search ยังไม่มีเอกสารทางการรองรับ ส่วนสิ่งที่มีหลักฐานรองรับคือเนื้อหาที่ตอบคำถามชัด มีตัวเลข มีแหล่งอ้างอิง และถูกเว็บอื่นพูดถึง
เช็กลิสต์ 8 ข้อ ก่อนเลือกเอเจนซี่รับทำ SEO
คำถามพวกนี้ถามได้ตั้งแต่นัดคุยครั้งแรก และคำตอบจะบอกอะไรได้เยอะกว่าใบเสนอราคา
1. เข้าใจธุรกิจเราแค่ไหน ให้เขาเล่าให้ฟังว่าลูกค้าเราตัดสินใจซื้อยังไง ถ้าเล่าไม่ได้ตั้งแต่รอบแรก แผนที่ตามมาก็จะเป็นแผนสำเร็จรูป
2. แผนผูกกับเป้าธุรกิจหรือเป้าอันดับ ถามว่าถ้าอันดับขึ้นแต่ยอดไม่ขยับ เขาจะทำอะไรต่อ คำตอบที่ดีจะพูดถึงหน้า Landing Page และการปิดการขาย ไม่ใช่แค่ Keyword
3. แผนทำเฉพาะให้เรา หรือใช้ชุดเดียวกับทุกเจ้า ขอดูโครงแผน 3 เดือนแรก ถ้าเหมือนกับที่เขาเคยโพสต์ในเว็บทุกบรรทัด แปลว่ายังไม่ได้ปรับให้เรา
4. ทำ White Hat และเข้าใจ E-E-A-T ไหม ถามว่า Backlink มาจากไหน ถ้าตอบว่ามีเครือข่ายเว็บของตัวเองให้ระวัง เพราะเป็นวิธีที่เสี่ยงโดนลงโทษ
5. รายงานอะไรบ้าง และทุกกี่สัปดาห์ ขอดูตัวอย่างรายงานจริงของลูกค้ารายอื่น โดยปิดชื่อไว้ก็ได้ จะเห็นเลยว่าเขาดูตัวเลขลึกแค่ไหน
6. ตามทัน AI Search แค่ไหน ลองถามว่า OAI-SearchBot กับ GPTBot ต่างกันยังไง ถ้าตอบได้แปลว่าเขาอ่านเอกสารต้นทางจริง ไม่ได้อ่านแต่บทความสรุปต่อ ๆ กันมา
7. ใครทำงานจริง ถามว่าทีมมี Technical SEO, คนเขียน Content และคนดูข้อมูลแยกกันไหม หรือคนเดียวทำหมด และคนที่มานั่งคุยวันนี้จะเป็นคนดูแลจริงหรือเปล่า
8. กล้าบอกว่าอะไรไม่ควรทำไหม เอเจนซี่ที่ดีจะกล้าบอกว่างานบางอย่างยังไม่คุ้มสำหรับคุณตอนนี้ ส่วนเจ้าที่รับหมดทุกอย่างโดยไม่ถามงบก่อน ให้ระวังไว้
รวม 10 เอเจนซี่รับทำ SEO ในไทย
ข้อมูลของแต่ละเจ้าสรุปจากเว็บไซต์ของเขาเอง เรียงตามตัวอักษรหลังรายแรก
1. Wellness Wise
เอเจนซี่การตลาดที่โฟกัสธุรกิจสุขภาพ ทั้งคลินิก โรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และแบรนด์อาหารเสริม จุดที่ต่างจากเจ้าอื่นคือเนื้อหาทุกชิ้นผ่านการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเผยแพร่ ไม่ได้ผ่านแค่บรรณาธิการ
จุดเด่นด้าน SEO และ AI Search
- มีบุคลากรทางการแพทย์ตรวจความถูกต้องของเนื้อหาก่อนขึ้นเว็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google ให้น้ำหนักในหมวด YMYL
- วางโครงเนื้อหาตามกรอบ E-E-A-T เพื่อให้ทั้ง Google และ AI หยิบไปอ้างอิงได้
- เช็กเนื้อหาและภาพให้ผ่านกฎโฆษณาของ Google, Meta และ TikTok ตั้งแต่ตอนวางแผน
- รายงานผลผูกกับยอดขายจริง ไม่ได้ดูแค่อันดับกับจำนวนคนเข้าเว็บ
เหมาะกับ ธุรกิจที่ความน่าเชื่อถือคือเรื่องเป็นเรื่องตาย โดยเฉพาะสายสุขภาพและความงาม
ข้อมูลติดต่อ wellnesswise.in.th
2. Common Ground
เอเจนซี่ในกรุงเทพที่วางตัวเป็นสาย Performance Marketing ทำตั้งแต่วิเคราะห์ตลาด วางกลยุทธ์ ผลิต Content ทำ Branding ไปจนถึงพัฒนาเว็บไซต์ และระบุบริการ SEO กับ GEO ไว้ในหน้าเว็บ
บริการเด่น Marketing Strategy, Creative Content, In-House Production, Branding, Web Development, SEO และ GEO
เหมาะกับ แบรนด์ที่อยากได้งานครีเอทีฟกับตัวเลขไปพร้อมกัน
ข้อมูลติดต่อ iamcommonground.com
3. IBEX
เอเจนซี่ในกรุงเทพที่วางตัวเป็นสาย Performance เต็มตัว ทำ Paid Media ครบทุกแพลตฟอร์มตั้งแต่ Google, Facebook, TikTok, LinkedIn ไปจนถึง LINE Ads ควบคู่กับงาน SEO และ AI SEO
บริการเด่น Paid Media, AI SEO, Social Media Marketing, Content และ Video Production, เว็บไซต์ และ Lead Generation
เหมาะกับ ธุรกิจที่อยากได้ทั้ง SEO และการยิงแอดจากทีมเดียว โดยให้น้ำหนักที่ ROI เป็นหลัก
ข้อมูลติดต่อ ibex.co.th
4. MakeWebEasy
ไม่ใช่เอเจนซี่แบบเต็มตัว แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือ SEO อยู่ในตัว พร้อมบริการเสริมอย่าง Google Ads, Google Business Profile และ LINE Official Account ระบุว่ามีธุรกิจใช้งานกว่าแสนราย
บริการเด่น สร้างเว็บไซต์และร้านค้าออนไลน์ เครื่องมือ SEO ในระบบ Google Ads และดูแลเว็บต่อเนื่อง
เหมาะกับ ธุรกิจเล็กที่ยังไม่มีเว็บไซต์ และอยากเริ่มจากงบไม่สูงก่อน
ข้อมูลติดต่อ makewebeasy.com
5. Metier (Thailand)
เอเจนซี่ย่านหลักสี่ที่ทำตั้งแต่วางกลยุทธ์ ยิงแอด ผลิต Content ทำ SEO ไปจนถึงพัฒนาเว็บและระบบ CRM วางตัวเป็นที่ปรึกษาด้าน Business Transformation มากกว่าจะเป็นผู้รับจ้างทั่วไป และมีบริการด้าน AI Search แยกออกมา
บริการเด่น Marketing Strategy, Media, Creative, SEO, Web และ App Development, CRM และ AI Search
เหมาะกับ ธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปที่อยากได้ทั้งการตลาดและระบบหลังบ้านจากที่เดียว
ข้อมูลติดต่อ metierthailand.com
6. Minimice Group
เอเจนซี่ย่านห้วยขวางที่วางตัวเป็น SEO-Focus Agency ทำ SEO ครบทุกแบบทั้ง E-commerce, Local และ International ระบุว่าทำงานแบบ Data-driven และปรับให้รองรับ AI Overviews ด้วย
บริการเด่น SEO ทุกประเภท, Backlink และ SEO Content, Google Ads, Social Ads, ดูแลร้านบน Shopee และ Lazada
เหมาะกับ ธุรกิจที่ขายของออนไลน์เป็นหลัก และต้องการทีม SEO ขนาดใหญ่
ข้อมูลติดต่อ minimicegroup.co.th
7. NerdOptimize
เอเจนซี่ย่านสีลมที่โฟกัส SEO เป็นหลัก และเปิดคอร์สสอน SEO ให้องค์กรควบคู่ไปด้วย ระบุชัดว่าทำเฉพาะ White Hat มีรายงานทุกเดือน และไม่รับปากในสิ่งที่ทำไม่ได้
บริการเด่น SEO, Backlink และ Advertorial, สอน SEO ให้องค์กร, ทำเว็บ WordPress สาย SEO, Google Ads, AI Search และ CRO
เหมาะกับ ธุรกิจที่อยากให้ทีมในบ้านเรียนรู้ไปด้วย ไม่ได้อยากจ้างยาวอย่างเดียว
ข้อมูลติดต่อ nerdoptimize.com
8. Primal
เอเจนซี่ขนาดใหญ่ย่านชิดลม ที่แยกบริการ AI Search ออกมาชัดเจน ทั้ง Perplexity, ChatGPT และ Gemini โดยวางเป้าหมายไว้ที่การทำให้แบรนด์กลายเป็นแหล่งที่ AI หยิบไปอ้างอิง
บริการเด่น AI Search, SEO, Link Building, Content Marketing, CRO, Google Ads, Paid Social และ Influencer
เหมาะกับ แบรนด์ขนาดใหญ่ที่ต้องการทีมครบและมีงบต่อเนื่อง
ข้อมูลติดต่อ primal.co.th
9. Relevant Audience
เอเจนซี่ย่านบางนาที่ทำทั้ง Google Ads, SEO, Social Ads, Programmatic และ GEO ชูเรื่องความโปร่งใสและไม่มีสัญญาผูกมัด
บริการเด่น Google Ads, SEO, GEO, Social Ads, Programmatic, Influencer, Content และเว็บไซต์
เหมาะกับ ธุรกิจที่ยิงหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน และไม่อยากติดสัญญายาว
ข้อมูลติดต่อ relevantaudience.com
10. Search Studio
ทีมจากเชียงใหม่ที่ทำ SEO อย่างเดียว ระบุว่าลูกค้าคุยกับคนที่ทำงานจริงโดยตรง และพูดถึงยุคที่คนค้นหาผ่าน Google, ChatGPT และ Perplexity ไปพร้อมกัน
บริการเด่น Managed SEO, AI SEO, Local SEO, Technical SEO, Backlink, International SEO และ White Label SEO
เหมาะกับ ธุรกิจที่อยากคุยกับคนทำงานตรง ๆ ไม่ต้องผ่าน Account หลายชั้น
ข้อมูลติดต่อ searchstudio.co.th
ตารางเทียบ 10 เอเจนซี่
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ลองดูจากคอลัมน์ขวาสุดก่อนว่าธุรกิจคุณใกล้เคียงกับแบบไหน
| เอเจนซี่ | ถนัดอะไร | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| Wellness Wise | SEO และ Content สายสุขภาพ มีบุคลากรทางการแพทย์ตรวจ | คลินิก โรงพยาบาล อาหารเสริม |
| Common Ground | Performance ผสมงานครีเอทีฟ มี SEO และ GEO | แบรนด์ที่อยากได้งานสวยและวัดผลได้ |
| IBEX | Paid Media ครบทุกแพลตฟอร์ม บวก AI SEO | ธุรกิจที่เน้น ROI จากการยิงแอด |
| MakeWebEasy | แพลตฟอร์มทำเว็บที่มีเครื่องมือ SEO ในตัว | ธุรกิจเล็กที่ยังไม่มีเว็บ |
| Metier | กลยุทธ์ การตลาด และระบบหลังบ้าน | ธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป |
| Minimice Group | SEO เชิงลึกทุกประเภท และ Marketplace | ธุรกิจ E-commerce |
| NerdOptimize | SEO สาย White Hat และสอนทีมลูกค้า | ธุรกิจที่อยากสร้างทีมในบ้าน |
| Primal | AI Search แยกเป็นบริการชัดเจน ทีมใหญ่ | แบรนด์ใหญ่ที่มีงบต่อเนื่อง |
| Relevant Audience | หลายแพลตฟอร์ม ไม่มีสัญญาผูกมัด | ธุรกิจที่ยิงหลายช่องทางพร้อมกัน |
| Search Studio | SEO อย่างเดียว ทีมเล็ก คุยตรง | ธุรกิจที่ไม่อยากผ่านคนกลางหลายชั้น |
บทสรุป เลือกเอเจนซี่แบบไหนถึงตอบโจทย์ธุรกิจ
โจทย์ของปีนี้ไม่ใช่แค่แข่งกันให้ติดอันดับแล้ว แต่เป็นการทำให้ทั้ง Google และ AI มองว่าแบรนด์คุณคือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งสองเรื่องนี้ใช้ฐานเดียวกันคือเนื้อหาที่ถูกต้อง มีที่มา และมีคนรับผิดชอบชัดเจน
เอเจนซี่ที่ตอบโจทย์จึงต้องทำได้ทั้ง Technical SEO, วางโครง Content ตามกรอบ E-E-A-T และเข้าใจว่า AI Overviews กับ AEO และ GEO ทำงานยังไง ไม่ใช่แยกขายเป็นบริการเสริม
สำหรับธุรกิจสายสุขภาพ ยังมีอีกชั้นที่เพิ่มเข้ามา เพราะ Google จัดเนื้อหากลุ่มนี้ไว้ในหมวด YMYL ซึ่งใช้เกณฑ์ตรวจคุณภาพสูงกว่าหัวข้อทั่วไป และระบุว่าอาจต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงเป็นคนให้ข้อมูล จุดนี้คือเหตุผลที่ Wellness Wise ให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจเนื้อหาทุกชิ้นก่อนเผยแพร่
ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ และอยากได้คนช่วยวางแผนตั้งแต่โครงเนื้อหาไปจนถึงการวัดผลที่ผูกกับยอดขาย ทักมาคุยกับทีม Wellness Wise ได้ครับ ปรึกษาครั้งแรกไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่เจอบ่อย
จ้างเอเจนซี่ทำ SEO ราคาเท่าไหร่
แต่ละเจ้าคิดไม่เหมือนกันและขึ้นกับขอบเขตงานมาก บทความนี้เลยไม่ใส่ราคาไว้ เพราะจะทำให้เข้าใจผิดมากกว่าช่วย แนะนำให้ขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 เจ้า แล้วเทียบว่าแต่ละเจ้าให้อะไรบ้างในราคานั้น ทั้งจำนวนบทความ งาน Technical และค่า Backlink
ทำ SEO กี่เดือนถึงเห็นผล
ส่วนใหญ่เริ่มเห็นการขยับที่ 3 ถึง 6 เดือน และเห็นผลชัดที่ 6 ถึง 12 เดือน เว็บใหม่จะช้ากว่าเว็บที่มีอายุแล้ว ถ้าเจ้าไหนรับปากว่าติดหน้าแรกใน 1 เดือน ให้ถามต่อว่าคำไหน เพราะมักเป็นคำที่แทบไม่มีคนค้น
จ้างเอเจนซี่ กับ ทำเองในทีม ต่างกันยังไง
ทำเองคุมทิศทางได้ดีกว่าและถูกกว่าในระยะยาว แต่ต้องมีคนดูแลจริงจังอย่างน้อยหนึ่งคน ส่วนจ้างเอเจนซี่จะเร็วกว่าในช่วงตั้งต้น เพราะได้ทั้งคนทำ Technical คนเขียน และเครื่องมือมาพร้อมกัน หลายที่ใช้วิธีจ้างช่วงแรกแล้วค่อยดึงกลับมาทำเองทีหลัง
ควรทำ SEO หรือยิง Google Ads ก่อนดี
ถ้าต้องการยอดในเดือนนี้ให้ยิงแอดก่อน เพราะเห็นผลเร็วกว่า ส่วน SEO เป็นการลงทุนที่ผลค่อย ๆ ทบไปเรื่อย ๆ ทำคู่กันได้ผลดีที่สุด เพราะข้อมูล Keyword จากแอดเอามาใช้วางแผน SEO ได้เลย
SEO, AEO และ GEO ต่างกันยังไง ต้องทำทั้งสามอย่างไหม
ไม่ต้องแยกทำครับ ทั้งสามใช้ฐานเดียวกันคือเนื้อหาที่ตอบคำถามชัดและน่าเชื่อถือ ต่างกันแค่ปลายทางที่ไปโผล่ SEO คือหน้าผลค้นหา AEO คือกล่องคำตอบ ส่วน GEO คือคำตอบของ AI
ทำยังไงให้ ChatGPT หยิบเว็บเราไปตอบ
เริ่มจากเช็ก robots.txt ว่าไม่ได้บล็อก OAI-SearchBot ไว้ ตัวนี้คนละตัวกับ GPTBot ที่ใช้เก็บข้อมูลไปเทรนโมเดล จากนั้นเขียนให้ตอบคำถามจบใน 2 ถึง 3 ประโยคแรก ใส่ตัวเลขและแหล่งอ้างอิง แล้ววัดผลที่ ช่อง AI Assistant ใน GA4
เปลี่ยนเอเจนซี่กลางคัน เว็บจะเสียของไหม
ไม่เสียถ้าเตรียมตัวก่อน ให้ขอส่งมอบสิทธิ์เข้าถึง Google Search Console, GA4, บัญชี Google Ads และไฟล์เนื้อหาทั้งหมดตั้งแต่วันเซ็นสัญญา ที่ควรระวังคือ Backlink ที่เอเจนซี่เดิมเช่าไว้รายเดือน เพราะพอหยุดจ่ายลิงก์จะหาย และอันดับอาจตกตามไปด้วย
แหล่งอ้างอิง
- AI features and your website — Google ระบุว่าไม่ต้องทำ Schema หรือไฟล์แบบใหม่เพื่อขึ้น AI OverviewsGoogle Search Central
- Search Quality Rater Guidelines — นิยาม YMYL หมวด Health or Safety และเกณฑ์ที่ระบุว่าอาจต้องการผู้เชี่ยวชาญระดับสูงGoogle · ฉบับ 11 ก.ย. 2025
- Creating helpful, reliable, people-first content — กรอบ Who / How / Why ที่เป็นพื้นฐานของ E-E-A-TGoogle Search Central
- OpenAI crawlers — ความต่างของ OAI-SearchBot กับ GPTBot และวิธีตั้ง robots.txtOpenAI Developers
- GEO: Generative Engine Optimization — งานวิจัยที่บัญญัติคำว่า GEO และทดสอบว่าอะไรช่วยให้ถูกอ้างอิงมากขึ้นarXiv
