สรุปสั้น ๆ
- GA4 เพิ่มช่อง AI Assistant ให้แล้วตั้งแต่ 13 พ.ค. 2569 ไม่ต้องตั้งค่าเอง
- เกณฑ์คือ medium เท่ากับ ai-assistant ครอบคลุม ChatGPT Gemini Claude Copilot และอื่น ๆ
- คนที่คลิกจาก AI Overviews ของ Google จะไม่อยู่ในช่องนี้ แต่นับเป็น Organic Search
- ตัวเลขน้อยเป็นเรื่องปกติ ให้ดูเทรนด์กับคุณภาพมากกว่าปริมาณ
คำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดในปีนี้คือ “รู้ได้ยังไงว่ามีคนมาจาก ChatGPT” เมื่อก่อนต้องไปนั่งกรอง referral เอง เห็นเป็น chatgpt.com บ้าง perplexity.ai บ้าง กระจัดกระจายไปหมด
ตอนนี้ไม่ต้องแล้วครับ Google ใส่ช่องมาให้ในรายงานมาตรฐานเลย ใช้เวลาเปิดดูไม่ถึง 2 นาที
ทำไมผมถึงเขียนเรื่องนี้
เพราะเจ้าของธุรกิจหลายคนรู้สึกว่าทราฟฟิกจาก AI กำลังมา แต่ไม่มีตัวเลขมายืนยัน เลยตัดสินใจอะไรไม่ได้ พอไม่มีข้อมูลก็เถียงกันด้วยความรู้สึกแทน
อ่านจบแล้วคุณจะเปิดดูตัวเลขจริงของเว็บตัวเองได้ และรู้ว่าตัวเลขนั้นบอกอะไรได้บ้าง ที่สำคัญคือบอกอะไรไม่ได้บ้าง
GA4 มีช่องนี้ให้แล้ว
ในบันทึกอัปเดตของ Google Analytics วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ระบุว่ามีช่องทางใหม่ชื่อ AI Assistant เพิ่มเข้ามาในกลุ่มช่องทางมาตรฐาน
เกณฑ์ที่ Google ใช้เขียนไว้ตรงไปตรงมา คือ medium ต้องเท่ากับ ai-assistant พอดี ถ้าผู้อ้างอิงตรงกับรายชื่อ AI ที่ Google รู้จัก ระบบจะเซ็ต medium ให้เองพร้อมชื่อแคมเปญเป็น (ai-assistant)
| สิ่งที่เห็น | อยู่ในช่องไหน |
|---|---|
| คลิกลิงก์จากคำตอบใน ChatGPT | AI Assistant |
| คลิกจาก Gemini หรือ Claude | AI Assistant |
| คลิกจาก AI Overviews บนหน้า Google | Organic Search |
| พิมพ์ชื่อแบรนด์เข้าเว็บเองหลังอ่านคำตอบ AI | Direct |
เปิดดูยังไง
ขั้นที่ 1 เข้า GA4 ไปที่ Reports แล้วเลือก Acquisition จากนั้นกด Traffic acquisition
ขั้นที่ 2 ดูคอลัมน์แรกให้เป็น Session default channel group แล้วมองหาแถวที่เขียนว่า AI Assistant ถ้ายังไม่เห็น แปลว่าช่วงเวลาที่เลือกยังไม่มีทราฟฟิกกลุ่มนี้
ขั้นที่ 3 กดที่แถวนั้นเพื่อเจาะดูต่อ ผมแนะนำให้ดู 3 ตัวคือจำนวนเซสชัน อัตราการมีส่วนร่วม และ conversion ถ้าจำนวนน้อยแต่คุณภาพดี ก็ยังคุ้มที่จะให้ความสำคัญ

ถ้าอยากแยกละเอียดกว่านี้ เช่นแยกว่ามาจาก ChatGPT หรือ Perplexity คุณสร้างกลุ่มช่องทางแบบกำหนดเองได้ โดยตั้งเงื่อนไขจาก source ทีละตัว
3 เรื่องที่ต้องระวัง
1. AI Overviews ไม่ได้อยู่ในช่องนี้ คนที่คลิกลิงก์จากกล่องสรุปของ Google จะถูกนับเป็น Organic Search ตามปกติ ดังนั้นช่อง AI Assistant จึงไม่ใช่ภาพรวมของ “ทราฟฟิกจาก AI ทั้งหมด”
2. ตัวเลขจะต่ำกว่าความจริงเสมอ คนจำนวนไม่น้อยอ่านคำตอบจาก AI แล้วไปพิมพ์ชื่อแบรนด์ค้นเองทีหลัง เคสแบบนี้จะไปโผล่ที่ Direct หรือ Organic แทน
3. อย่ารีบตัดสินจากเดือนเดียว ฐานยังเล็ก ความผันผวนเลยสูง ผมแนะนำให้ดูอย่างน้อย 3 เดือนติดกันก่อนจะสรุปว่าขึ้นหรือลง
คำถามที่เจอบ่อย
ต้องติดโค้ดอะไรเพิ่มไหม
ไม่ต้องครับ ถ้าเว็บคุณมี GA4 อยู่แล้ว ช่องนี้จะขึ้นมาเอง เพราะเป็นกลุ่มช่องทางมาตรฐานที่ Google จัดให้ฝั่งระบบ
ย้อนดูข้อมูลก่อนพฤษภาคม 2569 ได้ไหม
โดยทั่วไปกลุ่มช่องทางมาตรฐานจะมีผลกับข้อมูลย้อนหลังด้วย แต่ถ้าอยากมั่นใจ ให้เทียบกับรายงาน referral ในช่วงเดียวกันดูอีกที
ทราฟฟิกจาก AI ควรมีสัดส่วนเท่าไหร่ถึงจะดี
ยังไม่มีตัวเลขมาตรฐานครับ แต่ละอุตสาหกรรมต่างกันมาก ผมแนะนำให้เทียบกับตัวเองเดือนก่อนหน้าดีกว่าเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ไม่รู้ที่มา
แหล่งอ้างอิง
- Default channel group — นิยามของช่อง AI Assistant และเกณฑ์ medium = ai-assistantGoogle Analytics Help
- What's new in Google Analytics — บันทึกอัปเดตวันที่ 13 พ.ค. 2569 ที่ประกาศช่องนี้Google Analytics Help
- Custom channel groups — วิธีสร้างกลุ่มช่องทางเองเพื่อแยกราย AIGoogle Analytics Help
- AI features and your website — คำอธิบายของ Google เรื่อง AI Overviews และ AI ModeGoogle Search Central
ทำอะไรต่อดี เปิดดูตัวเลขของเดือนที่แล้วก่อนเลยครับ ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที แล้วจดไว้เป็นฐานเทียบสำหรับเดือนถัดไป
ถ้าเห็นแล้วอยากรู้ว่าจะทำให้ AI หยิบเว็บเราไปอ้างอิงมากขึ้นได้ยังไง ผมเขียนต่อไว้ที่ GEO ต่างจาก SEO ตรงไหน
